จัดการไฟล์บนโฮสติ้ง (File Manager)

 

เมื่อเราเขียนโปรแกรมเว็บไซด์ ทดสอบในเครื่องของตนเองเรียบร้อยแล้ว เมื่อจะนำไฟล์ขึ้นโฮสติ้ง สามารถอัพโหลดไฟล์ผ่านโปรแกรม FTP Client เช่น FileZilla, WinSCP มายังโฮสติ้งได้โดยตรง แต่ถ้าบางอย่างเราต้องการแก้ไข เปลี่ยนแปลงค่าเล็กๆน้อยๆ เราสามารถจัดการผ่าน File Manager ที่มีมาให้ใน DirectAdmin ได้โดยตรง

แต่ถ้าเป็นการอัพโหลดไฟล์จำนวนเยอะๆ จากเครื่องเราเอง มายังโฮสติ้ง แนะนำให้อัพโหลดไฟล์ต่างๆผ่านโปรแกรม FTP Client อย่างเช่น FileZilla, WinSCP จะสะดวก รวดเร็ว และเหมาะสมกว่า

เมื่อคลิกที่เมนู File Manager จะปรากฏหน้าจอแสดง รายการไฟล์ โฟลเดอร์ต่างๆ บนโฮสติ้งทั้งหมด โดยไฟล์เว็บไซด์หลักของเราจะอยู่ภายในโฟลเดอร์ domains/YOUDOMAIN/public_html หรือคลิกที่ public_html เลยก็ได้ ดังแสดงหน้าจอดังรูปภาพที่ 1

เปลี่ยนเส้นทาง url เดิมไปยัง url ใหม่ (Site Redirection)

เมื่อมีการเข้าเว็บไซด์ของเรา เช่น aodto.com/hosting และเราต้องการให้หน้าเว็บไซด์เด่งไปที่ url อื่นโดยอัตโนมัติเช่น www.phalconhost.com/hosting/ เราสามารถเข้ามาสร้างเงื่อนไขในเมนู Site Redirection ได้

โดยช่อง Local URL Path เป็น url เมื่อมีคนเข้ามาเว็บไซด์เรา และ Destination URL คือ url ใหม่ที่จะให้เด่งไปอัตโนมัติ

จัดการระบบ DNS (DNS Management)

โดยปกติ เมื่อเราเข้าใช้งานเว็บไซด์ รับ-ส่งอีเมล์ หรืออื่นๆด้วยชื่อโดเมน ระบบที่ค่อยบอกพิกัดหรือตำแหน่งว่า ชื่อโดเมนนั้นๆ เชื่อมโยงไปยังที่ใดบนระบบอินเตอร์เน็ต ระบบ DNS จะเป็นตัวจัดการในเรื่องนี้

จากตัวอย่างรูปภาพที่ 1: เมื่อเข้าใช้งานเว็บไซด์ aodto.com หรือ www.aodto.com ระบบ DNS จะชี้มายัง IP: 103.22.180.142 เป็นต้น โดยปกติแล้ว เมนู DNS Management เราจะเปิดให้ลูกค้าสามารถจัดการได้เอง

แต่ต้องระวังในการเปลี่ยนแปลงค่าเหล่านี้ เพราะถ้าแก้ไขผิดพลาด อาจจะทำให้เว็บไซด์ ของลูกค้าเข้าใช้งานไม่ได้เลย ไม่จำเป็นจริงๆ ไม่ควรมาแก้ไขค่าเหล่านี้ครับ หรือจะให้ทีมงาน PhalconHost แก้ไขให้ก็ได้ครับ ถ้าจำเป็นจริงๆ

จัดการซับโดเมน (Subdomain Manager)

ซับโดเมน หรือ เว็บไซด์รอง (subdomain) เป็นการสร้างเว็บไซด์อีกหนึ่งเว็บไซด์ ที่มีชื่อรองจากชื่อเว็บไซด์หลัก จากตัวอย่างดังรูปภาพที่ 1: แสดงรายการซับโดเมน (site1.aodto.com) ซึ่งเราสามารถสร้าง ซับโดเมนได้เท่าไหร่ก็ได้ตามต้องการ โดยระบบ DirectAdmin จะสร้างโฟลเดอร์เก็บข้อมูล subdomain ไว้ภายในโดเมนหลัก เช่น

โดเมนหลัก aodto.com เก็บไฟล์เว็บไซด์ไว้ที่ /home/aodto/domains/aodto.com/public_html
ซับโดเมน site1.aodto.com เก็บไฟล์เว็บไซด์ไว้ที่ /home/aodto/domains/aodto.com/public_html/site1

ถ้าต้องการสร้างซับโดเมน ก็เพียงใส่ชื่อ subdomain ที่ต้องการ จากนั้นกดปุ่ม Create

การจัดการโดเมนบนโฮสติ้ง (Domain Setup)

หมายเหตุ: การจัดการโดเมนบนโฮสติ้ง (Domain Setup) และระบบจัดการโดเมน (Domain Control Panel) มีความหมายแตกต่างกัน

ในหัวข้อนี้ เราจะพูดถึง การจัดการโดเมนบนโฮสติ้ง (Domain Setup) ซึ่งเราสามารถสร้างเว็บไซด์ (Domain) ได้หลายๆเว็บไซด์ในบัญชีโฮสติ้ง 1 ตัว แต่ลูกค้าก็ต้องดูว่า ได้เช่าบริการโฮสติ้ง ที่รองรับกี่โดเมนไว้ เช่น

เช่าโฮสติ้ง VIP Hosting SSD 1GB 590บาทต่อปี รองรับ 1 โดเมน หมายถึง ลูกค้าสามารถใส่โดเมนในโฮสติ้งได้ 1 โดเมน
เช่า VIP Hosting SSD 2GB 990บาทต่อปี รองรับโดเมนไม่จำกัด หมายถึง ลูกค้าสามารถใส่โดเมนในโฮสติ้งได้เท่าไหร่ก็ได้ ไม่จำกัดจากรูปภาพที่ 1: แสดงรายการโดเมนทั้งหมดที่มีในโฮสติ้งของเรา

เปลี่ยนรหัสผ่าน (Change Password)

เมื่อลูกค้าสั่งซื้อโฮสติ้ง ชำระเงิน และ แจ้งชำระเงินเรียบร้อย, ทีมงาน PhalconHost จะสร้างโฮสติ้งและส่งข้อมูลการเข้าใช้งานโฮสติ้งไปที่อีเมล์ของลูกค้า ซึ่งก็หมายถึง ip, username, password การเข้าใช้งาน DirectAdmin นั้นเอง

โดยรหัสผ่านที่เราส่งให้ จะถูกสร้างขึ้นอัตโนมัติ ถ้าลูกค้าต้องการเปลี่ยนรหัสผ่านการเข้าใช้งาน DirectAdmin ก็สามารถเข้ามาเปลี่ยนรหัสผ่านนี้เองได้ที่ DirectAdmin ได้ทันที

การเปลี่ยนรหัสผ่านนั้น ลูกค้าสามารถเปลี่ยนรหัสผ่านได้ด้วยตัวเอง หรือจะให้ทาง PhalconHost เปลี่ยนรหัสผ่านให้ก็ได้
1.เปลี่ยนรหัสผ่านเอง: ลูกค้าต้องเข้าสู่ระบบ DirectAdmin ก่อน จากนั้นคลิก Change Password หรือเมนู Password ด้านบน (ลูกกุญแจสีเหลืองๆ) จะปรากฏหน้าจอดังรูปภาพที่ 1
2.ให้ทาง PhalconHost: เปลี่ยนรหัสผ่านให้ หรือต้องการ Reset รหัสผ่าน ก็เพียงแจ้งทีมงาน PhalconHost ผ่าน LiveChat หรือ E-mail เราก็จะดำเนินการเปลี่ยนรหัสผ่านให้ทันที

หมายเหตุ: รหัสผ่านนี้ใช้สำหรับจัดการโฮสติ้งเท่านั้น ถ้าเป็นรหัสผ่านมุมบริการลูกค้า, รหัสผ่านจัดการโดเมน, รหัสผ่านการเข้าเว็บไซด์ (กรณีใช้งาน CMS เช่น Joomla, WordPress) เหล่านี้ จะเป็นคนละตัวกันนะครับ

สังเกตที่รูปภาพที่ 1: การเปลี่ยนรหัสผ่าน จะทำให้รหัสผ่านเข้า DirectAdmin, FTP และ Database เปลี่ยนแปลงไปด้วย

Site Summary / Statistics / Logs

เมนู Site Summary / Statistics / Logs จะมีประโยชน์อย่างมากสำหรับนักพัฒนาเว็บไซด์ เมื่อเว็บไซด์เกิดข้อผิดพลาด หรือเว็บไซด์ไม่ทำงานตามทเขียนโปรแกรมไว้ อาจจะมีบางอย่างเกิดข้อผิดพลาด และข้อผิดพลาด ต่างๆ นั้น โดยปกติ เมื่อเราพัฒนาเว็บไซด์บนเครื่องตัวเอง (localhost) จะรู้ได้ทันทีว่าเกิดข้อผิดพลาดอะไร โดยจะมีข้อความแสดงออกมาให้เห็นโดยชัดเจน บรรทัดที่เท่าไหร่ ข้อผิดพลาดเป็นอย่างไร

แต่ถ้าเกิดข้อผิดพลาดบนโฮสติ้ง หรือเรียกว่า Production แล้ว โดยปกติผู้ดูแลระบบโฮสติ้ง จะไม่ปิด Error ทุกอย่าง เพื่อไม่ให้แสดงข้อความ Error และบรรทัดที่เกิดข้อผิดพลาดนั้นๆ เพราะบาง Error จะเป็นข้อมูล เป็นความลับ เช่น Username, Password, IP หรืออื่นๆ

ดังนั้นเมื่อเกิดข้อผิดพลาด อะไรต่างๆ บนโฮสติ้ง เราจะเห็นเว็บไซด์หน้าขาว หรือ ไม่แสดงอะไรเลย และอาจจะทำให้มือใหม่อาจจะมองว่าเกิดอะไรขึ้น เมื่อเกิดเหตุการณ์ลักษณะนี้ หรือแสดงหน้าเว็บไซด์ผิดเพี้ยนไปจาก ที่เราตั้งใจไว้ ลองเข้ามาดูที่ Site Summary / Statistics / Logs ก็จะรู้ได้ทันทีว่า เกิดข้อผิดพลาดอะไร

จากรูปภาพที่ 1: ตัวที่สำคัญที่ใช้บ่อยๆ คือ Full Error Log

โฮสติ้ง รองรับ php ทุกเวอร์ชั่น 4.4,5.1,5.2,5.3,5.4,5.5,5.6

โฮสติ้งรองรับ php ทุกเวอร์ชั่น  (โฮสติ้ง 4 ภาษา) (PHP, Python, Ruby, Node.js) โดยทีมงาน PhalconHost เลือกใช้เทคโนโลยี (Apache + Passenger + CloudLinux) ทำให้ได้โฮสติ้งที่มีฟังก์ชั่นใช้งานที่หลากหลาย ออกแบบมาเพื่อนักพัฒนาเว็บไซด์โดยเฉพาะ และโฮสติ้ง รองรับ php ทุกเวอร์ชั่น ตั้งแต่ 4.4,5.1,5.2,5.3,5.4,5.5,5.6

ลูกค้า  PhalconHost ท่านไหนที่เช่าบริการโฮสติ้ง 4 ภาษา สามารถใช้งาน โฮสติ้งรองรับ php ทุกเวอร์ชั่นได้ โดยทำตามขั้นตอนดังนี้

1.เข้าสู่ระบบ DirectAdmin โดยพิมพ์ชื่อโดเมนของท่าน ตามด้วย port 2222directadmin

 

2.เมื่อเข้าสู่ระบบ DirectAdmin เรียบร้อยแล้ว คลิกเลือกที่เมนู Select PHP version

เมนูเลือกเวอร์ชั่น php

 

3.เลือกเวอร์ชั่นที่ต้องการ แล้วกดปุ่ม Set as current

โฮสติ้งรองรับ php ทุกเวอร์ชั่น

 

เท่านั้นยังไม่พอ ลูกค้าสามารถเลือก เปิด/ปิด php extension ได้ตามต้องการ
ไม่ว่าลูกค้าจะเลือกใช้ php framework อะไร เลือกใช้ php เวอร์ชั่นไหน ไม่มีปัญหาอีกต่อไป

การเขียนโปรแกรมเป็นทีม ต้องทำอย่างไร

team-collaboration-business-results-performanceโดยปกติแล้ว ท่านใดที่อยู่ในสายการเขียนโปรแกรม คงรู้ว่าการเขียนโปรแกรมนั้นส่วนมาก มักจะฉายเดี่ยว หรือทำงานคนเดียว หรือแม้แต่ทำงานกันเป็นทีม แต่ก็จะแบ่งหน้าที่กันทำงานเป็นส่วนๆ เช่น คนนี้ทำ Design คนนี้ทำ Programming คนนี้ดูเรื่อง Server คนนี้ดูเรื่องหลังบ้าน อะไรอย่างนี้เป็นต้น

แม้กระทั้งขณะที่เรื่องอยู่ที่มหาวิทยาลัย นักศักษาส่วนใหญ่ก็จะเรียนกันเป็นวิชา จับกลุ่มกันทำโปรเจ็ก แบ่งงานกันทำ สุดท้ายก็ทำแยกส่วนกันเหมือนเดิม โชคร้ายกว่านั้นก็คือ เพื่อนในกลุ่มไม่ยอมทำงาน คนที่เขียนโปรแกรมเป็น ก็ต้องนั่งเขียนเองคนเดียว สุดท้ายก็เข้าวัฏจัฏ ฉายเดี่ยวตามเคย

ยังมีอีกหลายปัจจัย เล่าเป็นวันๆ ก็ไม่จบ แต่ละคนก็เจอแต่ละเหตุการณ์แตกต่างกันไป แต่สิ่งหนึ่งที่เป็นส่วนที่สำคัญในการทำงานเป็นทีมที่แต่ละคนมองข้ามไป หรือไม่ทันสังเกต และเป็นเหตุให้เราไม่สามารถทำงานร่วมกันเป็นทีมได้ ก็คือ กระบวนการในการทำงานและเครื่องมือช่วยในการทำงานเป็นทีม (Working Process & Development Tools)

LESS คืออะไร ใครยังเขียน CSS อยู่ต้องอัพเดตด่วน

LESS คืออะไร
LESS คืออะไร มาแล้วรูปแบบการเขียน CSS แบบใหม่ ที่จะทำให้ชีวิต Frontend ง่ายขึ้นเยอะ หรือคนทำเว็บไซด์อย่างเราๆ ท่านๆนี่เอง

LESS เป็นรูปแบบการเขียนโปรแกรมแบบหนึ่ง มีรูปแบบการเขียนคล้ายกับ CSS เลยทีเดียว แต่จะมีการประกาศตัวแปร มีฟังก์ชั่น มีการ บวก ลบ คูณ หาร มีการนำกลับมาใช้ใหม่ (reuse) ได้เหมือนเขียน OOP เลย เรียกการเขียนโปรแกรมแบบ LESS อีกอย่างหนึ่งว่า CSS pre-processor

เรามาดูปัญหาในการเขียน CSS ก่อนว่าทำไม เราจะต้องเปลี่ยนไปเขียน LESS ด้วย เพราะถ้าไม่มีเหตุผลพอ คนที่เขียน CSS อยู่แล้วก็คงมีข้อกังขาว่า ทำไมต้อง LESS

* เคยเจอไหม: ไม่รู้จะเขียน css อย่างไรดี เพื่อไปควบคุม HTML tag ต่างๆ
ปัญหานี้ สำหรับมือเก๋าแล้ว อาจจะไม่มีปัญหา แค่มองโครงสร้าง HTML แล้วรู้เลยว่า จะเขียน CSS อย่างไร เขียน  class, id เพื่อควบคุม  HTML เป็นเรื่องง่ายมาก